Skip to content - ข้ามไปที่เนื้อหา
blog

แนะนำจัดพอร์ตกองทุนรวมสำหรับมือใหม่ด้วยงบ 1,000 บาท


All Category
แนะนำจัดพอร์ตกองทุนรวมสำหรับมือใหม่ด้วยงบ 1,000 บาท

ไฮไลต์

  • งบลงทุนเริ่มต้นเพียง 1,000 บาท ก็สามารถจัดพอร์ตกระจายความเสี่ยงระดับโลกได้
  • แนะนำสัดส่วนพอร์ตปั้นเงินล้าน เน้นการเติบโตด้วย หุ้น 80% (สหรัฐฯ 52%, ญี่ปุ่น 15%, จีน 8%, ยุโรป 5%) และตราสารหนี้ 20% เพื่อลดความผันผวน
  • กลยุทธ์ที่แนะนำ คือการทำ DCA (Dollar Cost Averaging) ทยอยลงทุนเท่าๆ กันทุกเดือน เพื่อรับประโยชน์จากดอกเบี้ยทบต้น
  • ตัวช่วยมือใหม่ Omni Fund แผนเติบโต จาก Jitta Wealth ช่วยคัดเลือกกองทุนรวม และปรับพอร์ตให้อัตโนมัติ (Automated Rebalancing) โดยมีผลตอบแทนย้อนหลัง (Back Test) เฉลี่ย 7.88% ต่อปี

หลายคนอาจคิดว่าต้องมีเงินก้อนใหญ่ถึงจะกระจายความเสี่ยงจัดพอร์ตแบบมืออาชีพได้ แต่ในความเป็นจริง แม้คุณจะมีงบเริ่มต้นเพียง 1,000 บาท ก็สามารถจัดพอร์ตกองทุนรวมที่มีประสิทธิภาพระดับโลก และค่อยๆ ปั้นพอร์ตให้เติบโตสู่เป้าหมาย ‘เงินล้าน’ ได้ 

บทความนี้จะมาแนะนำสูตรจัดพอร์ตกองทุนรวมกระจายความเสี่ยง ที่มือใหม่ทำตามได้ง่ายๆ และใช้เงินเริ่มต้นเพียง 1,000 บาทเท่านั้น!

ปั้นพอร์ตเงินล้าน ต้องรู้จัก ‘กระจายความเสี่ยง’

กุญแจสำคัญของการลงทุนสำหรับมือใหม่คือการทำ Asset Allocation หรือการกระจายการลงทุนไปในหลากหลายสินทรัพย์ เพื่อสร้างสมดุลระหว่าง ‘ผลตอบแทน’ และ ‘ความเสี่ยง’ 

หากคุณมีเป้าหมายระยะยาวที่อยากปั้นเงินล้าน สัดส่วนพอร์ตที่เน้นการเติบโตอย่าง หุ้น 80% และ ตราสารหนี้ 20% ถือเป็นกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์

โดยแนะนำให้กระจายสัดส่วนการลงทุนดังนี้:

กองทุนรวมหุ้นสหรัฐฯ 52%
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เป็นศูนย์รวมบริษัทนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลก การให้น้ำหนักเกินครึ่งของพอร์ตที่นี่ จะช่วยเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนพอร์ตให้เติบโต

กองทุนรวมหุ้นญี่ปุ่น 15%
ตลาดหุ้นญี่ปุ่นกำลังกลับมาน่าสนใจอย่างมากหลังจากการปฏิรูปโครงสร้างธรรมาภิบาล ถือเป็นโอกาสเติบโตในตลาดพัฒนาแล้วที่ไม่ควรมองข้าม

กองทุนรวมหุ้นจีน 8%
แม้จะมีความผันผวนบ้าง แต่ก็แลกมากับโอกาสเติบโตที่สูงจากมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มขยายตัวในระยะยาว

กองทุนรวมหุ้นยุโรป 5%
ช่วยกระจายความเสี่ยงไปยังตลาดที่พัฒนาแล้วในทวีปยุโรป ซึ่งเป็นฐานทัพของแบรนด์ระดับโลกที่มีความมั่นคงมาอย่างยาวนาน

กองทุนรวมตราสารหนี้ 20%
ผันผวนต่ำ ช่วยให้พอร์ตไม่เหวี่ยงแรงเมื่อเจอวิกฤติ กองทุนกลุ่มนี้จะไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้เอกชนชั้นดี ทำหน้าที่เป็นเบาะกันกระแทกชั้นยอด เวลาที่ตลาดหุ้นผันผวน ตราสารหนี้จะช่วยประคองพอร์ตให้มั่นคง

ภาพอินโฟกราฟิกจาก Jitta Wealth แนะนำวิธีจัดพอร์ตลงทุนด้วยเงิน 1,000 บาทเพื่อสร้างเงินล้าน ผ่าน Omni Fund แผนเติบโต โดยแบ่งสัดส่วนลงทุนในกองทุนรวมหุ้นสหรัฐฯ ตราสารหนี้ หุ้นญี่ปุ่น หุ้นจีน และหุ้นยุโรป

ทำไมสัดส่วนนี้ถึงเหมาะกับมือใหม่?

จุดเด่นของสัดส่วนนี้คือการ จัดสัดส่วนกระจายความเสี่ยงครอบคลุม พร้อมเติบโตไปกับเศรษฐกิจโลกในทุกสภาวะตลาด เมื่อตลาดหนึ่งซบเซา ตลาดอื่นๆ จะช่วยพยุงพอร์ตเอาไว้

สัดส่วนนี้ เหมาะอย่างยิ่งที่จะใช้เป็นพอร์ต DCA (Dollar Cost Averaging) หรือก็คือการทยอยลงทุนด้วยเงินเท่าๆ กันทุกเดือนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับมือใหม่ในการสร้างวินัยและรับประโยชน์จากดอกเบี้ยทบต้น

ลงทุนตามสัดส่วนนี้ได้ง่ายๆ ผ่าน Omni Fund แผนเติบโต

Jitta Wealth มองเห็นปัญหาว่า แม้เราจะสามารถทำตามทฤษฎี กล่าวคือ สามารถวิเคราะห์ได้ว่า ควรลงทุนอะไร เป็นสัดส่วนเท่าไหร่ แต่การจะไปตามซื้อกองทุนเหล่านั้นให้ได้สัดส่วนเป๊ะๆ เป็นไปได้ยาก

เป็นที่มาของ Omni Fund ตัวช่วยที่ทำให้การลงทุนตามทฤษฎีเป็นเรื่องง่าย และทำได้จริง

คุณสามารถลงทุนตามสัดส่วนที่เราแนะนำข้างต้นได้ครบ จบในที่เดียว ผ่าน Omni Fund แผนเติบโต ซึ่งออกแบบมาเพื่อมือใหม่โดยเฉพาะ

ด้วยจุดเด่นดังนี้:

  • คัดเลือกกองทุนรวมให้แบบอัตโนมัติ: คัดสรรกองทุนรวมในไทยที่ไปลงทุนในต่างประเทศให้อย่างดี ไม่ต้องไปนั่งวิเคราะห์เองทีละกองทุนให้ปวดหัว
  • ติดตามและปรับพอร์ตอัตโนมัติ: ระบบจะคอยดูแลและปรับสมดุลสัดส่วนการลงทุนให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมอยู่เสมอ คุณไม่ต้องมานั่งเฝ้าหน้าจอ
  • ผลตอบแทนย้อนหลัง (Back Test) เฉลี่ย 7.88% ต่อปี: มีข้อมูลการทดสอบย้อนหลังที่พิสูจน์แล้วว่าการจัดพอร์ตแบบนี้สร้างการเติบโตได้จริงในระยะยาว
  • เริ่มต้นเพียง 1,000 บาท: งบน้อยก็เริ่มได้ทันที หรือจะตั้งระบบหักบัญชีอัตโนมัติมา DCA ทุกเดือน ก็เป็นการสร้างแผนปั้นเงินล้านที่ยอดเยี่ยม

การจัดพอร์ตลงทุนให้เหมาะสม สามารถจะเติบโตสร้างความมั่งคั่งได้จริงนั้น ไม่ใช่เรื่องไกลตัว หรือสงวนไว้สำหรับคนมีเงินก้อนโตอีกต่อไป

เพราะทุกวันนี้ คุณสามารถเข้าถึงข้อมูลความรู้ได้ง่ายขึ้น และที่สำคัญคือ มีเครื่องมืออย่าง Jitta Wealth ที่จะช่วยให้การลงทุนของคุณสะดวกมากยิ่งขึ้น

เพียงแค่ 1,000 บาทต่อเดือน ก็สามารถเริ่มต้นลงทุนสร้างอนาคตในแบบที่คุณต้องการได้แล้ว

เริ่มต้นปั้นเงินล้านกับ Omni Fund อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ 


ผู้เขียน 

ธีระพล รักภู่ 

ผู้แนะนำการลงทุนตราสารซับซ้อนประเภท 1 (เลขทะเบียน 121553)